http://www.xn--e3co2av8e7d.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

สินค้า

บทความ

ติดต่อเรา

โหลดแค็ตตาล็อก

ถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่

ถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่

ถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่

 

         ถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่นับว่าเป็นส่วนประกอบของอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์แบบพกพาที่ขาดไม่ได้ เนื่องจากถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงานที่ทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์เหล่านั้นได้ ได้แก่ เครื่องคิดเลข นาฬิกาข้อมือ นาฬิกาแขวนหรือนาฬิกาตั้งโต๊ะ ไฟฉาย และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของคนในปัจจุบันก็คือโทรศัพท์เคลื่อนที่  

 

       




   ในปัจจุบันเราจะสามารถพบเห็นถ่านไฟฉายหรือแบตเตอรี่ได้มากมายหลายรูปแบบทั้งแบบ ถ่านนิกเกิลแคดเมียม ถ่านนิกเกิลเมทัลไฮไดรด์ ถ่านลิเทียม ถ่านAA และถ่านอัลคาไลน์ ซึ่งมีทั้งแบบที่สามารถนำมาประจุไฟใหม่ได้ (Rechargeable) หรือแบบใช้ได้ครั้งเดียวทิ้ง  



 


           หลักการทำงานของถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่นั้นอาศัยการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีของสารเคมีที่บรรจุอยู่ภายใน ได้แก่ ปรอท ตะกั่ว นิกเกิล แคดเมียม ลิเธียม และแมงกานีสไดออกไซด์ ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของอิเล็คตรอน ซึ่งทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าออกมา เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนจากพลังงานทางเคมีให้เป็นพลังงานทางไฟฟ้า ถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่เหล่านี้เมื่อใช้งานไปนานๆจะพบว่าในบางครั้งจะมีของเหลวที่มีกลิ่นคล้ายสนิมเหล็กไหลออกมา ของเหลวเหล่านี้เกิดจากการเสื่อมสภาพของสารเคมีที่บรรจุอยู่ภายในดังที่ได้กล่าวมาแล้ว และหากเข้าสู่ร่างกายก็จะเกิดการสะสมและส่งผลร้ายต่อร่างกายหลายประการดังนี้

 

ปรอท: เป็นอันตรายต่อระบบประสาท ทำให้มีอาการ กล้ามเนื้อเต้น มึนงง ความจำเสื่อม ถ้าได้รับเข้าไปมาก ๆ อาจทำให้แขนขาพิการหรือถึงตายได้

 

ตะกั่ว: ทำให้สมองพิการในเด็ก ส่วนในผู้ใหญ่มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร และระบบประสาท ทำให้อายุของเม็ดเลือดแดงสั้นลง เป็นโรคโลหิตจาง ทำอันตรายต่อระบบประสาท ไต ทางเดินอาหาร ตับ และหัวใจ

 

แคดเมียม: สามารถสะสมในร่างกาย โดยเฉพาะที่ไต ทำลายระบบประสาท ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กและภาวะการตั้งครรภ์ และยังอาจมีผลต่อพันธุกรรม

 

นิกเกิล:  เป็นสารก่อมะเร็ง มีผลต่อระบบสืบพันธุ์ ผลเรื้อรังจากการสัมผัสนิกเกิล ได้แก่ การแพ้ของผิวหนังประกอบ การมีแผลไหม้ คัน เป็นผื่นแดง มีอาการแพ้ของปอด คล้ายการเป็นหอบหืด และแน่นหน้าอก

 

ลิเทียม:  ทำลายเนื้อเยื่อของเยื่อบุเมือกและทางเดินหายใจ รวมทั้งดวงตาและผิวหนังอย่างรุนแรง การสูดดมอาจก่อให้เกิดอาการชัก กล่องเสียงและหลอดลมใหญ่อักเสบ ทำให้เป็นโรคปอดอักเสบเนื่องจากสารเคมีและน้ำท่วมปอด

 

สังกะสี: จากการหายใจ ทำให้คลื่นไส้ ปวดศีรษะอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อ จากการกินจะระคายเคืองที่หลอดลมและกระเพาะอาหาร ทางเดินอาหารตีบตัน

 

แมงกานีสไดออกไซด์:  จากการหายใจทำให้ปอดอักเสบ และเกิดการทำลายเนื้อเยื่อที่รุนแรงมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง เคลื่อนไหวช้า ขาแข็ง ก้าวไม่ออก และที่ปอด มีอาการไอ เจ็บหน้าอก เหนื่อยหายใจลำบาก

 

ข้อมูลจาก : http://chemsafe.chula.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=171

 

view
view