http://www.xn--e3co2av8e7d.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

สินค้า

บทความ

ติดต่อเรา

โหลดแค็ตตาล็อก

วิธีการหลีกเลี่ยงปัญหาในการตัดพลาสม่า

วิธีการหลีกเลี่ยงปัญหาในการตัดพลาสม่า

วิธีการหลีกเลี่ยงปัญหาในการตัดพลาสม่า 10 อันดับแรก  : เคล็ดลับการปฏิบัติที่คุณสามารถทำได้

                 การให้ความสำคัญกับรายละเอียดในตอนแรกสามารถที่จะช่วยลดภาระในการทำงานกับผู้ใช้งานได้ สุภาษิตโบราณ "วัดสองครั้งตัดครั้งเดียว" คือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ใช้เครื่องตัดพลาสม่าควรทำเหมือนช่างไม้   ถ้าเปลี่ยนวลีดังกล่าวใหม่เป็น "ตรวจสอบสองครั้งตัดครั้งเดียว"   สำหรับงานตัดพลาสม่า  การเตรียมงาน,การติดตั้งและการบำรุงรักษาที่ดี สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้มาก

Description: Description: http://image.thefabricator.com/a/articles/photos/264/lead.jpg

 

ยุทธศาสตร์

ต่อไปนี้คือรายการของแนวทางการแก้ไขที่อาจช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถหลีกเลี่ยงบางปัญหาที่พบบ่อยที่สุดที่พบในการตัดแบบพลาสม่า

                 1 เปลี่ยนอะไหล่วัสดุสิ้นเปลืองอย่างสม่ำเสมอ   เมื่อคิดถึงรถยนต์  การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องอย่างสม่ำเสมอจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการที่จะต้องมาเปลี่ยนเครื่องยนต์ของรถยนต์มาก ในทำนองเดียวกัน  การเปลี่ยนอะไหล่วัสดุสิ้นเปลืองอย่างสม่ำเสมอ  จะประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าที่จะต้องมาเปลี่ยนหัวตัดมาก    ในสภาพการใช้งานวัสดุสิ้นเปลืองอย่างรุนแรงอาจทำให้ไม่สามารถที่จะควบคุมการอาร์คได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่หัวตัด

อะไรคือสัญญาณว่ามีการใช้วัสดุสิ้นเปลืองที่ผิดปกติ?  บ่อยครั้งคุณภาพในการตัดที่แย่ลงคือสัญญาณแรกที่เกิดจากชิ้นส่วนสึกหรอ การตรวจสอบด้วยสายตาเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ถ้ามีออกไซด์ตกค้างภายในหัวฉีดหรือในกรณีที่มีร่องอยู่ภายในหรือภายนอกของหัวฉีด ก็ควรที่จะทำการเปลี่ยนใหม่

สัญญาณที่จะบอกว่ามีการใช้อิเล็กโทรดสิ้นเปลือง   จะใช้การตรวจสอบว่ามีหลุมที่อิเลคโทรดหรือไม่       ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับชนิดของแก๊สที่ใช้ หลุมไม่ควรลึกเกินกว่าที่ 3/32 นิ้วในกรณีที่ใช้สำหรับออกซิเจนหรืออากาศ  และไม่ควรลึกกว่า  1/8  นิ้วสำหรับอาร์กอนหรือไนโตรเจน  ถ้าหลุมมีขนาดลึกเกินกว่านี้  ก็ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนอิเลคโทรดได้แล้ว  ถ้าพบว่าตัวหมุนวนแก๊ส (gas swirler) มีรอยแตก, รอยไหม้ที่เกิดจากการอาร์ค, สิ่งสกปรกหรือไขมันภายในรู ก็ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนตัวหมุนวนแก๊สได้แล้ว

                  2. การประกอบหัวตัดอย่างถูกต้อง   หัวตัดจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานเมื่อมีการดูแลที่ถูกต้อง หัวตัดควรจะถูกประกอบเข้ากับชิ้นส่วนอื่นๆในตำแหน่งที่ถูกต้องและพอดี ซึ่งจะทำให้มั่นใจว่ามีการสัมผัสของขั้วไฟฟ้าที่ดีและการไหลที่ถูกต้องของของแก๊สและน้ำหล่อเย็นผ่านที่ผ่านหัวตัด นอกจากนี้  หัวตัดจะต้องสะอาดและพื้นที่บริเวณบ่าไม่ควรมีการปนเปื้อนฝุ่น เมื่อจะทำการเปลี่ยนชิ้นส่วน, อะไหล่สิ้นเปลืองควรเช็ดด้วยผ้าที่สะอาดเพื่อป้องกันฝุ่นละอองสิ่งสกปรกหรือเศษโลหะปนเปื้อนหัวตัด

                   3. การใช้ชิ้นส่วนที่ถูกต้อง  การเลือกใช้วัสดุสิ้นเปลืองจะขึ้นอยู่กับปริมาณของกระแสที่ใช้ในการตัดและก๊าซพลาสมาที่ใช้สำหรับในแต่ละงาน คู่มือการใช้งานจะกำหนดความเหมาะสมของวัสดุสิ้นเปลืองสำหรับการของการตัดหลายประเภท การใช้วัสดุสิ้นเปลืองที่ไม่เหมาะสม จะทำให้ชิ้นส่วนมีอายุการใช้งานสั้นและคุณภาพในการตัดลดลง นอกจากนี้ชิ้นส่วนจะต้องทำงานที่ค่ากระแสที่ถูกต้อง ซึ่งควรตั้งที่ 95 %ของพิกัดที่กำหนดของ nozzle  ถ้าหากกระแสมีค่าต่ำเกินไปจะนำไปผิวที่ตัดมีลักษณะเอียง ที่สำคัญจะทำให้ nozzle มีอายุการใช้งานลดลง

                   4. ตรวจสอบว่าที่การไหลของแก๊สและน้ำหล่อเย็นถูกต้อง  ควรมีการตรวจสอบการไหลและความดันของแก็สและน้ำหล่อเย็นทุกวัน ถ้าอัตราการไหลต่ำไปวัสดุสิ้นเปลืองจะไม่สามารถระบายความร้อนได้เพียงพอซึ่งจะมีผลต่ออายุการใช้งาน ค่าความดันแก๊สที่คงที่มีความสำคัญต่อการอาร์ค  ความดันแก๊สที่สูงกว่าปกติเป็นสาเหตุของการเริ่มต้นใช้งานที่ยาก (hard starting) ซึ่งจะทำให้หัวตัดไม่สามารถที่จะทำการเริ่มต้นในการอาร์คได้ในขณะที่สภาพอื่น ๆ สำหรับการดำเนินการตามปกติ และเช่นเดียวกับก๊าซพลาสมาจะต้องสะอาดและแห้ง หัวตัดและวัสดุสิ้นเปลืองมีอายุการใช้งานสั้นจะเกิดจากการใช้แก๊สที่มีการปนเปื้อน   โดยเฉพาะอย่างระบบอากาศอัดยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปนเปื้อน

                   5. หลีกเลี่ยงการใช้สารหล่อลื่นที่  O - ring  บางครั้งการทาสารหล่อลื่นที่ O-ring จะทำให้เกิดการปนเปื้อนภายในหัวตัด ทำให้หัวตัดมีอายุการใช้งานสั้นลง ดังนั้นไม่ควรใช้สารหล่อลื่น นอกจากนี้สารหล่อลื่นอาจเป็นตัวนำไฟฟ้าซึ่งจะทำให้หัวตัดเกิดความเสียหายและสารหล่อลื่นที่มากเกินไปสามารถไปทำให้บริเวณที่แก็สหมุนวนเกิดการอุดตันมีการสะสมฝุ่นโลหะซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในการอาร์ค

                   6. หลีกเลี่ยงการหัวตัดในการเคาะแทนค้อน  ซึ่ง “คุณจะจ่ายหลายเงินจำนวนมากสำหรับค้อน?” ไม่ใช่แน่นอน หัวตัดไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นค้อนและไม่ควรนำมาใช้เป็นค้อน การใช้หัวตัดเคาะเพื่อกำจัดสะเก็ดโลหะที่ชิ้นงานจะทำให้เกิดความเสียหายแก่หัวตัด

                    7. หลีกเลี่ยงการชนกับหัวตัด หัวตัดกับชิ้นงานสามารถป้องกันได้โดยการเขียนโปรแกรมรูปตัดระบบที่จะเดินทางรอบ (แทนที่จะขึ้นไป) การตัดชิ้นส่วน เซนเซอร์บอกระดับความสูงของหัวตัดสามารถป้องกันจากการชนกับชิ้นงานได้  นอจากนั้นการติดอุปกรณ์ป้องกันสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อคบเพลิงถ้าการชนกันจะเกิดขึ้น

                    8. หลีกเลี่ยงการยืดการอาร์ค ถ้าการอาร์คต้องยืดไปถึงโลหะ จะทำให้วัสดุสิ้นเปลืองมีอายุการใช้งานสั้นลง ถ้าเป็นไปได้ควรเริ่มทำการตัดจากขอบมากกว่าที่จะเริ่มจากภายในชิ้นงาน เมื่อเริ่มต้นตัดจากบริเวณขอบจะต้องรักษาแนวให้ได้ระดับที่ตั้งฉากกับชิ้นงาน

                    9. รักษาความถูกต้องของระยะหัวตัดกับชิ้นงาน  ระยะห่างของหัวตัดกับชิ้นงานจะพิจารณาจากความหนาของวัสดุที่ถูกตัด ซึ่งจะทำให้เกิดการอาร์คที่สม่ำเสมอ ถ้าระยะมีค่าสูงหรือต่ำเกินไปสามารถสร้างความเสียหายแก่ชิ้นงานหรือหัวตัดได้ สำหรับอุปกรณ์ในการตัดแบบมือถือ  สามารถใช้อุปกรณ์ช่วยจับหัวตัด (standoff device) ซึ่งสามารถกำหนดค่าระยะห่างด้วยตนเองหรือแบบอัตโนมัติ

                    10. ทำความสะอาดหัวตัดอย่างสม่ำเสมอ เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้งานจะสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหัวตัด ดังนั้นควรทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกหัวตัดให้สะอาดบ่าของ nozzle และอิเลคโตรท ควรจะทำความสะอาดเมื่อสกปรกหรือเป็นหลุม ในการทำความสะอาดให้ใช้ผ้าฝ้ายเช็ดล้างทำความสะอาดและด้วย contact cleaner หรือ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

ข้อสรุป

การใช้งานอุปกรณ์ตัดพลาสม่าที่ถูกต้องสามารถประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายนับไม่ถ้วน นอกจากนั้นยังสามารถส่งผลให้คุณภาพในการตัดที่ดีและอุปกรณ์มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น 
 

เอกสารอ้างอิง :

Tags : เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ช่าง เครื่องมือก่อสร้าง อุปกรณ์ก่อสร้าง

view
view